




เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการประชุมระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ขับขี่รถแท็กซี่ในประเทศไทย ประเด็นสำคัญคือการลดลงของรายได้เนื่องจากการใช้งานแอปพลิเคชันเรียกรถที่กำลังเป็นที่นิยม นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยเกี่ยวกับกฎหมายที่ต้องปรับปรุงเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ในวงการขนส่งสาธารณะ รวมถึงการตรวจสอบความถูกต้องของการดำเนินธุรกิจของบริษัทแอปพลิเคชันที่ให้บริการรถยนต์ โดยทางกระทรวงคมนาคมได้รับคำร้องขอให้แก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างเร่งด่วน
การประชุมหารือวิธีการแก้ปัญหาสำหรับผู้ขับขี่รถแท็กซี่ในยุคดิจิทัล
ในช่วงเย็นของวันที่ 24 ธันวาคม 2567 ณ ห้องประชุมของกระทรวงคมนาคม ได้มีการประชุมโดยมีนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ เป็นประธาน มีตัวแทนจากสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่เข้าร่วม การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและหาแนวทางในการสร้างความเท่าเทียมระหว่างรถแท็กซี่และผู้ให้บริการรถยนต์ผ่านระบบแอปพลิเคชัน ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การสร้างแอปพลิเคชันเฉพาะสำหรับรถแท็กซี่ เนื่องจากค่าธรรมเนียมที่สูงของแอปพลิเคชันเอกชนทำให้ไม่คุ้มค่า และการปรับปรุงกฎกระทรวงเพื่อลดข้อจำกัดในการให้บริการของรถแท็กซี่ รวมถึงการตรวจสอบความถูกต้องของบริษัทแอปพลิเคชันที่ให้บริการรถยนต์
ตามที่นายวรพล แกมขุนทด ประธานสมาคมฯ กล่าว ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ประสบปัญหาเนื่องจากประชาชนหันไปใช้บริการแอปพลิเคชันมากขึ้น ซึ่งยังไม่มีกฎหมายรองรับอย่างถูกต้อง ดังนั้น พวกเขาจึงขอให้กระทรวงคมนาคมช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว
หลังจากการประชุม นายสุรพงษ์ ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ประสานงานกับทีมกฎหมายของสมาคมฯ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขกฎกระทรวงให้เหมาะสม นอกจากนี้ยังให้ขบ. ประสานงานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อศึกษาข้อกฎหมายเพิ่มเติมที่จะทำให้ทุกภาคส่วนสามารถให้บริการบนถนนได้อย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ
จากเหตุการณ์นี้ เราได้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการหาแนวทางแก้ไขปัญหา จะนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการให้บริการขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพและเป็นธรรมสำหรับทุกคน
