





กฎหมายใหม่ปี 2568 ที่เกี่ยวข้องกับการดื่มแอลกอฮอล์และขับขี่ได้มีการปรับปรุงให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดจำนวนอุบัติเหตุและการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินบนท้องถนน การเมาแล้วขับถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่มีความรับผิดชอบและอาจทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต บทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายนี้รวมถึงการจำคุก การปรับ และการเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งความรุนแรงของโทษจะขึ้นอยู่กับระดับแอลกอฮอล์ในเลือดและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
มาตรการใหม่ในการควบคุมปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด
กฎหมายใหม่กำหนดให้ผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะถูกจัดว่าเมาแล้วขับ สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีหรือมีใบอนุญาตชั่วคราว แม้แต่ปริมาณแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อยก็ถือว่าเป็นการเมาแล้วขับ โทษสำหรับการฝ่าฝืนข้อกำหนดนี้รวมถึงการจำคุก การปรับ และการพักใช้ใบอนุญาตขับขี่
หากผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โทษจะรุนแรงขึ้น โดยอาจถูกจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หากทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี โทษจะหนักขึ้นอีก เช่น จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 50,000-100,000 บาท และพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบขับขี่
ผลกระทบจากการเมาแล้วขับและการปฏิเสธการตรวจวัด
สถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลแสดงให้เห็นว่าการเมาแล้วขับเป็นสาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บและการเสียชีวิต กฎหมายใหม่จึงมีมาตรการที่เข้มงวดขึ้นเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุเหล่านี้ โทษสำหรับการเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิตมีความรุนแรงมากขึ้น ตั้งแต่จำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ทันที
นอกจากนี้ การปฏิเสธการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกตรวจถือเป็นความผิดตามกฎหมาย และจะถือว่าเป็นการเมาแล้วขับทันทีโดยไม่ต้องตรวจวัดจริง ๆ โทษสำหรับการปฏิเสธการตรวจวัดรวมถึงการจำคุก การปรับ และการพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ บริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ก็ไม่คุ้มครองกรณีการเมาแล้วขับ เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง
