





บริษัท OMODA และ JAECOO ภายใต้การดำเนินงานของ Chery Automobile ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลก เผยความสำเร็จและความทะเยอทะยานในการขยายตลาดและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก ในปี 2567 บริษัทแม่อย่าง Chery Group แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้น 38% และรายได้ที่เพิ่มขึ้นกว่า 50% นอกจากนี้ยังรักษาตำแหน่งผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของประเทศจีนมาตลอด 22 ปี ในขณะที่แบรนด์ใหม่ OMODA และ JAECOO มีการเปิดตัวใน 33 ประเทศทั่วโลก ซึ่งทำให้ได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์รถยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในระดับโลก
แผนการขยายธุรกิจและการลงทุนในประเทศไทย
ในปี 2568 บริษัท OMODA และ JAECOO มีแผนรุกตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มกำลัง โดยเตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) ซึ่งได้รับการพัฒนาจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile รวมถึงการตั้งฐานการผลิตในจังหวัดระยอง คาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ นอกจากนี้ยังมีแผนขยายเครือข่ายโชว์รูมจาก 23 แห่งเป็นกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการหลังการขายอย่างครบวงจร
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนในการยกระดับระบบ CRM เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า เช่น การพัฒนาระบบจองออนไลน์และการให้บริการรถยนต์ทดแทนในกรณีที่รถของลูกค้าต้องใช้ระยะเวลาในการซ่อมเกิน 3 วัน นอกจากนี้ยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศไทย ฟรี 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
นายฉี เจี๋ย ประธานบริษัท OMODA และ JAECOO (ประเทศไทย) กล่าวว่า "เราตั้งใจที่จะยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ การบริการที่ครอบคลุม การดูแลหลังการขายที่เหนือระดับ และการลงทุนในโรงงานผลิตในประเทศไทย ซึ่งไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของเราในการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนอนาคตแห่งการขับขี่ที่ยั่งยืนไปด้วยกัน"
บทสรุปและแรงบันดาลใจ
จากแผนการขยายธุรกิจและการลงทุนที่ครอบคลุมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีและการบริการหลังการขาย สามารถเห็นได้ว่า OMODA และ JAECOO มุ่งมั่นในการสร้างอนาคตของการขับขี่ที่ยั่งยืนและปลอดภัย การลงทุนในประเทศไทยไม่เพียงแค่เป็นการเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยและอุตสาหกรรมยานยนต์ในระยะยาว
