Francis Ford Coppola สำหรับ 'The Godfather Part II' แก้ไขกระแส 'Part 2'(Translated: Francis Ford Coppola for 'The Godfather Part II' correcting the 'Part 2' commotion)

ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโพลา ผู้กำกับบรมครูวัย 85 ปี ได้เป็นผู้สร้างผลงานยอดเยี่ยมเช่น ‘The Godfather’ (1972, 1974, 1990) และ ‘Apocalypse Now’ (1979). เขาได้ทำความผิดพลาดโดยใช้คำว่า ‘Part 2’ ในชื่อภาพยนตร์ภาคต่อในยุคต่อมา.

โทษจากคอปโพลา

คอปโพลาได้กล่าวว่าเขาตัดสินใจใช้คำว่า ‘Part II’ บนชื่อภาคต่อของ ‘The Godfather’ หลังจากเห็นนักสร้างภาพยนตร์ชาวรัสเซียทำเช่นเดียวกัน. สตูดิโอไม่ยินยอมในตอนแรกเนื่องจากกังวลว่าผู้ชมจะสับสน. แต่คอปโพลาได้ยืนกรานตามความตั้งใจ. เขารู้สึกงี่เง่ามากที่ได้เริ่มการใช้ตัวเลขในชื่อภาพยนตร์และต้องขอโทษทุกท่าน.

ผลงานของคอปโพลาในยุคหลัง

คอปโพลาได้ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลกับภาพยนตร์ ‘The Godfather’ (1972) ซึ่งคว้า 3 รางวัลออสการ์. ผลงานยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยม ต่อเนื่องด้วย ‘The Godfather Part II’ (1974) ซึ่งเป็นภาพยนตร์ภาคต่อเรื่องเดียวในประวัติศาสตร์ที่คว้ารางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมได้เช่นเดียวกับภาคแรก. เขามีผลงานในยุคหลังอย่าง ‘Jack’ (1996) และ ‘The Rainmaker’ (1997) ซึ่งประสบความสำเร็จพอประมาณ. ล่าสุดกับ ‘Megalopolis’ (2024) ที่ทะเยอทะยานเล่าเรื่องเชิงปรัชญาและประสบความล้มเหลวด้านรายได้อย่างน่าผิดหวัง.

ผลงานของ ‘The Godfather Part II’

แม้ว่าผู้สร้างภาพยนตร์ในฮอลลีวูดจะสร้างภาคต่อมาอย่างมากมายก่อน ‘The Godfather Part II’ แต่ภาพยนตร์ดังกล่าวนั้นมีความยอดเยี่ยมจนผู้สร้างภาพยนตร์หลายคนนำไปเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์ผลงานยุคต่อมา. การนำคำว่า ‘Part 1’ และ ‘Part 2’ มาใช้เพื่อแบ่งการเล่าเรื่องเช่น ‘Harry Potter and the Deathly Hallows: Part 1’ (2010), ‘Harry Potter and the Deathly Hallows: Part 2’ (2011), ‘The Hunger Games: Mockingjay – Part 1’ (2014) และ ‘The Hunger Games: Mockingjay – Part 2’ (2015). และเมื่อไม่นานมานี้กับ ‘Dune: Part Two’ (2024) และที่กำลังจะฉายในอนาคตอย่าง ‘Wicked: Part Two’ (2025).

ภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ไม่ต้องการใช้ ‘Part 2’

ภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์หลายเรื่องก็ไม่ต้องการใช้คำว่า ‘Part 2’ เนื่องจากตั้งใจเดินเรื่องในทิศทางที่มีความสดใหม่มากขึ้น เช่น ‘Avatar: The Way of Water’ (2022) หรือ ‘Top Gun: Maverick’ (2022).