‘ธุรกิจสัตว์เลี้ยง’ โตก้าวกระโดด ดันธุรกิจเกี่ยวเนื่องโตตาม ฟันรายได้แตะ 2.5 แสนล้านบาท | The Bangkok Insight

ธุรกิจสัตว์เลี้ยงกำลังเฟื่องฟู: โอกาสทองสำหรับผู้ประกอบการ

ในยุคที่ไลฟ์สไตล์ของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไป สัตว์เลี้ยงได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีมูลค่าตลาดสูงถึง 2.5 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องในอนาคต

ธุรกิจสัตว์เลี้ยง: โอกาสทองสำหรับผู้ประกอบการ

ธุรกิจสัตว์เลี้ยงกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านจำนวนการจัดตั้งใหม่และทุนจดทะเบียน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 มีธุรกิจสัตว์เลี้ยงที่จดทะเบียนนิติบุคคลทั้งสิ้น 5,009 ราย โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ฟาร์มสัตว์ อาหาร/ของเล่น และบริการ/ดูแล มีมูลค่าทุนจดทะเบียนรวมกว่า 98,798 ล้านบาทธุรกิจสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่จัดตั้งในรูปแบบบริษัทจำกัด ซึ่งมีจำนวน 3,900 ราย คิดเป็นมูลค่าทุนจดทะเบียน 93,342 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก (S) ที่มีจำนวนมากถึง 4,498 ราย

ธุรกิจสัตว์เลี้ยงสร้างรายได้กว่า 2.5 แสนล้านบาทในปี 2566

ในปี 2566 ธุรกิจสัตว์เลี้ยงมีรายได้รวมอยู่ที่ 258,703 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 คิดเป็น 5.79% และมีกำไรสุทธิ 14,990 ล้านบาท โดยกลุ่มอาหาร/ของเล่นเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้สูงสุดอยู่ที่ 196,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.64% และมีกำไรสุทธิ 14,263 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม กลุ่มฟาร์มสัตว์มีรายได้ลดลงเล็กน้อยจากปี 2565 คิดเป็น 4.11% แต่กลับมีทุนจดทะเบียนจัดตั้งที่สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในการลงทุนในธุรกิจนี้

ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกำลังเติบโตตาม

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ธุรกิจสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างต่อเนื่อง คือ เทรนด์ Petriarchy- Petfluencer- Pet Humanization ที่ทำให้คนเลี้ยงสัตว์เสมือนคนในครอบครัว และมีการลงทุนในสุขภาพและความเป็นอยู่ของสัตว์เลี้ยงเหมือนคนจริง ๆ รวมถึงการซื้อของเล่น ของใช้ อาหารแบบพรีเมียมเพื่อตามใจน้อง ๆ ที่เรารักนอกจากนี้ ยังมีเทรนด์การเลี้ยงสัตว์พิเศษ หรือ Exotic Pet มากขึ้น อาทิ สัตว์เลื้อยคลาน งู กิ้งก่ายักษ์ เต่า บุชเบบี้ (ลิงตัวเล็ก) ชินชิล่า และนกแก้ว ซึ่งเป็นสัตว์ที่ต้องมีใบอนุญาตตามอนุสัญญาไซเตส และเหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในเมืองไม่มีพื้นที่มาก แต่ต้องการมีเพื่อนไว้คลายเหงา

ตลาดมีการแข่งขันสูง แต่ผู้บริโภคก็เพิ่มขึ้นด้วย

ด้านการลงทุนของนักธุรกิจต่างชาติในประเทศไทยสร้างมูลค่าการลงทุนในธุรกิจสัตว์เลี้ยงกว่า 5,333 ล้านบาท โดยมีต่างชาติที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 3 อันดับแรกคือ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจและความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยทั้งนี้ ทิศทางของธุรกิจยังมีอนาคตที่สดใส เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันกันมากขึ้น ในขณะที่จำนวนผู้บริโภคก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยสัตว์เลี้ยงได้กลายมาเป็นคอนเทนต์สร้างสีสันในโลกโซเชียล (Petfluencer) ซึ่งสร้างรายได้ให้เจ้าของที่นำเรื่องราวความน่ารักหรือการพาสัตว์เลี้ยงของตนเองไปท่องเที่ยวที่ต่างๆ มาเผยแพร่บนโลกออนไลน์นอกจากนี้ ยังมีการซื้อขายของใช้ อาหาร ขนม หรือของเล่นของสัตว์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น รวมถึงธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากวัฏจักรชีวิตสัตว์เลี้ยง เช่น บริการ Health & Wellness สำหรับสัตว์เลี้ยง และธุรกิจรับจัดงานอวมงคลโดยเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและโอกาสในการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง