ไทยยูเนี่ยนรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สองแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ได้รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาสที่สองของปี 2567 ที่แข็งแกร่งและน่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 14.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจหลักอย่างอาหารกระป๋อง อาหารสัตว์เลี้ยง และสินค้าเพิ่มมูลค่า นอกจากนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดตัวบรรจุภัณฑ์ ECOTWIST® ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไทยยูเนี่ยน ก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
ผลประกอบการไตรมาสที่สองแข็งแกร่ง
ในไตรมาสที่สองของปี 2567 บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลกำไรสุทธิที่ระดับ 1,219 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวต่อเนื่องของกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ อาหารกระป๋อง อาหารสัตว์เลี้ยง และสินค้าเพิ่มมูลค่า ส่งผลให้บริษัทมียอดขายรวมอยู่ที่ 35,283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนนอกจากนี้ อัตราส่วนกำไรขั้นต้นของบริษัทยังปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 18.5% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดอันดับสองในรอบ 3 ปี โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งและพร้อมก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตปัจจัยสนับสนุนการเติบโต
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ผลประกอบการของไทยยูเนี่ยนในไตรมาสนี้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ได้แก่ การฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 40.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากกลยุทธ์การเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าพรีเมียม การปรับปรุงราคาสินค้า และความต้องการสินค้าที่ดีต่อเนื่องในตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 31.3%นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจสินค้ามูลค่าเพิ่มและธุรกิจอื่น ๆ ก็สามารถขับเคลื่อนยอดขายในไตรมาสที่สองได้ดี โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น 15.5% และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 26.5% ขณะที่กลุ่มธุรกิจอาหารกระป๋องก็มียอดขายเพิ่มขึ้น 1.4% จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดสหรัฐอเมริกา แคนาดา และตะวันออกกลางอย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งมียอดขายปรับตัวลดลง 5.7% เนื่องจากปริมาณความต้องการในสหรัฐอเมริกาที่ลดลง แต่อัตรากำไรขั้นต้นกลับปรับตัวดีขึ้นเป็น 10.7% จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
ในไตรมาสที่สองของปี 2567 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.82 เท่า ซึ่งดีกว่าเกณฑ์ทั่วไปที่กำหนดไว้ที่ 1.0 - 1.1 เท่า สะท้อนให้เห็นถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทยังประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวดครึ่งปีแรก 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.31 บาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 59% ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่แสดงถึงความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทการสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
ไทยยูเนี่ยนยังคงเดินหน้าสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสที่ผ่านมา แบรนด์ จอห์น เวสต์ (John West) ของไทยยูเนี่ยนได้เปิดตัว ECOTWIST® ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ปฏิวัติวงการออกแบบ เพื่อให้ใช้งานง่าย ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และลดจำนวนขยะบรรจุภัณฑ์ให้มากที่สุด นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ปลาทูน่ากระป๋องในสหราชอาณาจักรนอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนี FTSE4Good Emerging Index เป็นปีที่ 9 ติดต่อกัน และได้ออกรายงานความยั่งยืนประจำปี 2566 เพื่อรายงานถึงความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามกลยุทธ์ SeaChange® 2030 ของบริษัท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยยูเนี่ยนในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
ด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่สอง และการเดินหน้าสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไทยยูเนี่ยนมั่นใจว่าจะสามารถก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพที่ดีของผู้คน สัตว์เลี้ยง ควบคู่กับการดูแลโลกใบนี้ และบรรลุเป้าหมายในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกด้านสุขภาพและโภชนาการเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลอย่างยั่งยืนYou May Like