ฟิลิปส์ เผยผลสำรวจ "สาธารณสุขแบบยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก" ชี้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญ แต่ยังมีอุปสรรคในการนำไปปฏิบัติจริง
รอยัล ฟิลิปส์ ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีสุขภาพ เผยผลสำรวจเกี่ยวกับ "สาธารณสุขแบบยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APAC)" ซึ่งจัดทำโดย Kantar Profiles Network โดยสำรวจความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสำรวจในภูมิภาค 3,040 คน จากประเทศออสเตรเลีย เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และไทยความยั่งยืนด้านสาธารณสุขเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน แต่ยังมีอุปสรรคในการนำไปปฏิบัติจริง
ความตระหนักถึงความสำคัญของสาธารณสุขแบบยั่งยืน
ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า คนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงคนไทย มีความตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างผลกระทบของสภาพภูมิอากาศต่อสุขภาพส่วนบุคคล โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลรุ่นใหม่ (71%) และมิลเลนเนียลรุ่นเก่า (65%) ซึ่งเห็นความสำคัญในการนำแนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสุขแบบยั่งยืนมาใช้ถึง 85% ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในกลุ่มผู้ตอบแบบสำรวจในไทย กลุ่มมิลเลนเนียลให้ความสำคัญต่อสาธารณสุขแบบยั่งยืนมากที่สุดถึง 70% เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มช่วงอายุอื่น และกว่า 40% ของกลุ่มมิลเลนเนียลยังเห็นว่าสาธารณสุขแบบยั่งยืนเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ควรนำมาปฏิบัติอย่างกว้างขวางอุปสรรคในการนำสาธารณสุขแบบยั่งยืนไปปฏิบัติจริง
แม้ว่าส่วนมากจะเห็นความสำคัญต่อสาธารณสุขแบบยั่งยืน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการนำไปใช้จริงในประเทศไทยยังถือว่าต่ำมาก โดยมีเพียง 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจในไทยเท่านั้นที่เห็นว่ามีการนำสาธารณสุขแบบยั่งยืนมาใช้แล้วอุปสรรคหลักในการนำสาธารณสุขแบบยั่งยืนไปใช้จริงในประเทศไทย ได้แก่ การเข้าถึงบริการสาธารณสุขแบบยั่งยืน (41%), ต้นทุนที่สูงขึ้น (37%) และขาดแรงจูงใจด้านการเงิน (36%) นอกจากนี้หลายคนยังกล่าวว่า การนำความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนไปสู่ระบบสาธารณสุขขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างซับซ้อนใช้เวลานาน (34%) และพวกเขายังมีความตระหนักน้อยเกี่ยวกับผลกระทบของสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเมื่อเปรียบเทียบระหว่างระบบสาธารณสุขแบบเดิมกับแบบยั่งยืน (34%)ปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริมการนำสาธารณสุขแบบยั่งยืนไปปฏิบัติจริง
การเข้าถึงตัวเลือกบริการสาธารณสุขแบบยั่งยืนได้มากขึ้น (46%) และการให้ความรู้ (45%) เป็นปัจจัยหลักที่จะก่อให้เกิดการปฏิบัติตามแนวทางความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากผู้ตอบแบบสำรวจต่างเห็นว่าการให้ความรู้และสร้างความตระหนักรู้จะทำให้พวกเขารู้ว่าหลักปฏิบัติง่าย ๆ ใดที่พวกเขาสามารถทำได้เพื่อสนับสนุนสาธารณสุขแบบยั่งยืนนอกจากนี้ ปัจจัยอื่น ๆ (44%) เช่น การสนับสนุนจากภาครัฐ และความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบสาธารณสุข จะช่วยให้พวกเขามีความรู้และความเข้าใจที่จำเป็นในการสนับสนุน ดำเนินการ และการนำแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนมาใช้บทบาทของเทคโนโลยีในการขับเคลื่อนสาธารณสุขแบบยั่งยืน
เกือบทั้งหมด (93%) ของผู้ตอบแบบสำรวจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเห็นว่าเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนแนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสุขแบบยั่งยืน โดยผลลัพธ์จากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในวงการสาธารณสุขที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ได้แก่ การจัดการทรัพยากรด้านสาธารณสุขได้ดีขึ้น การใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการลดการใช้ทรัพยากรจากการเปลี่ยนเป็นระบบดิจิทัลในประเทศไทย ผู้ตอบแบบสำรวจมีความตระหนักถึงแนวทางการดำเนินการแบบหมุนเวียน (Circularity) มากขึ้น ได้แก่ การรีไซเคิล (41%) และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (41%) ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสุขแบบยั่งยืนที่คนไทยตระหนักถึงมากที่สุดนอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจในไทยยังตระหนักถึงระบบสาธารณสุขแบบหมุนเวียน (37%), ส่งเสริมความรู้เรื่องโรคและการตรวจคัดกรอง (37%) รวมถึงการกำจัดและการจัดการขยะอันตรายอย่างเหมาะสม (36%)แนวโน้มการเข้าถึงบริการสุขภาพในอนาคต
ในประเทศไทย 60% ของผู้ตอบแบบสำรวจเลือกที่จะเข้ารับคำปรึกษาด้านสุขภาพแบบพบหน้า ขณะที่อัตราการรับคำปรึกษาด้านสุขภาพผ่านทางออนไลน์ในกลุ่มมิลเลนเนียล (มากกว่า 40%) สูงกว่ากลุ่มอายุอื่น ๆเหตุผลหลักที่ทำให้ผู้ตอบแบบสำรวจเลือกรับคำปรึกษาด้านสุขภาพผ่านทางออนไลน์ คือ การประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ส่วนเหตุผลหลักในการรับคำปรึกษาด้านสุขภาพแบบพบหน้า คือ การได้รับการตรวจรักษาโดยตรง และการได้พูดคุยแบบตัวต่อตัวYou May Like