BYD ครองตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในเอเชีย

ในปี 2024 การจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (EV) ในประเทศไทยลดลง 8.1% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยมียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 70,137 คัน แม้จะมีการลดลง แต่ยังคงเห็นความแข็งแกร่งของแบรนด์จากประเทศจีน โดยเฉพาะ BYD ที่ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 38.5% ด้วยยอดขาย 27,005 คัน เหตุผลหลักมาจากกลยุทธ์ในการใช้ไทยเป็นฐานสำคัญสำหรับการเจาะตลาดอาเซียน ทำให้ BYD สามารถยึดตำแหน่งแชมป์ยอดขายได้อย่างต่อเนื่องกว่า 18 เดือน รวมถึงความสำเร็จในสิงคโปร์และญี่ปุ่น ซึ่ง BYD แซงหน้า Toyota และ Tesla ในการครองส่วนแบ่งตลาด EV

BYD ได้เปิดตัวรถรุ่น Atto 3 ในประเทศไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2022 และเริ่มจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกัน ตั้งแต่นั้นมา BYD สามารถยึดตำแหน่งผู้นำในตลาดรถ EV ของไทยได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีรถ 1 ใน 3 คันที่ขายในไทยเป็นของ BYD ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของแบรนด์นี้ นอกจากนี้ BYD ยังใช้ไทยเป็นศูนย์กลางในการขยายธุรกิจไปยังประเทศสมาชิกอาเซียน

ในสิงคโปร์ หลังจากการเปิดตัว Atto 3 ในเดือนกรกฎาคม 2022 ยอดขายรถ EV ของ BYD เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2024 โดยมียอดขาย 6,191 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 1,416 คันในปี 2023 ทำให้ BYD ครองส่วนแบ่งตลาด 14.4% สูงกว่า Toyota BMW และ Mercedes-Benz ที่ตามมา ขณะเดียวกัน Tesla ก็มียอดขายทะลุ 2,384 คัน เป็นครั้งแรก

ในญี่ปุ่น BYD สามารถแซงหน้า Toyota ในการขายรถ EV เป็นครั้งแรกในปี 2024 โดยมียอดขาย 2,223 คัน เพิ่มขึ้น 54% จากปีก่อนหน้า ในขณะที่ยอดขายของ Toyota ลดลง 30% เหลือเพียง 2,038 คัน นอกจากนี้ ในเกาหลีใต้ BYD ยังประสบความสำเร็จอย่างมากด้วยยอดจองเกิน 1,000 คัน ภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ หลังจากเริ่มจำหน่าย

ความสำเร็จของ BYD ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วเอเชียแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคและการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสม ทำให้ BYD กลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้อย่างไม่อาจปฏิเสธ