





บริษัท BMW ได้รักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ห้า โดยมียอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ถึง 12,208 คัน และครองส่วนแบ่งตลาด 45% ในปี 2567 ทั้งนี้ การขยายธุรกิจและการกลับมาผลิตมินิ คันทรีแมนในประเทศอีกครั้ง เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาและปรับปรุงที่สำคัญ รวมถึงการนำเสนอรถรุ่นใหม่ๆ รวมถึงรถไฟฟ้า ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายและสร้างความไว้วางใจจากลูกค้าให้มากขึ้น
BMW ได้ประสบความสำเร็จในการครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทยโดยมียอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่จำนวน 12,208 คันในปี 2567 ทำให้ยังคงเป็นผู้นำในตลาดนี้เป็นปีที่ห้าติดต่อกัน เท่ากับว่า BMW และ MINI สามารถส่งมอบรถยนต์รวมกันได้ถึง 13,659 คันในปีเดียว นอกจากนี้ การเปิดตัวรุ่นใหม่ในตระกูล New MINI Family ยังทำให้ยอดส่งมอบรถของ MINI เพิ่มขึ้นถึง 7.6%
นอกจากนี้ BMW ยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจด้วยการกลับมาผลิตมินิ คันทรีแมนในประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนที่จะยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าด้วยแนวคิด “Retail Next” ที่ผสมผสานระหว่างนวัตกรรมดิจิทัลและการออกแบบที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ขณะเดียวกัน BMW ยังเตรียมเปิดตัวรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ๆ รวมถึงบีเอ็มดับเบิลยู i5 และ iX2 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนภารกิจการขับเคลื่อนนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
ด้วยการยกระดับบริการทางการเงินด้วยนวัตกรรมดิจิทัล บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ด้วยการใช้งานเทคโนโลยีอัตโนมัติแบบ Robotic Process Automation (RPA) และลายเซ็นดิจิทัลที่ปลอดภัย ทำให้การอนุมัติสินเชื่อสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
BMW กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นในทุกจุดสัมผัส แนวคิด “Retail Next” จะขยายตัวครอบคลุมโชว์รูมและศูนย์บริการกว้างขวางขึ้นในปีนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มอัตราส่วนของโชว์รูมแบบ Retail Next จาก 60% เป็น 100% ทั่วประเทศภายในสองปีข้างหน้า สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าทั้งในด้านการขายและบริการ
