กรุงเทพฯ เร่งปรับปรุงกฎระเบียบสัตว์เลี้ยง เพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของสัตว์และผู้บริโภค
กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงมาตรการป้องกันและควบคุมกิจการที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง โดยมีการอธิบายถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และแนวทางการดำเนินการในอนาคตก้าวสู่การดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างครบวงจร
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการสัตว์เลี้ยง
กรุงเทพมหานครได้อธิบายถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง ได้แก่ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งกำหนดให้กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการ (ใบ อภ.2) จากหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดให้การค้าหรือหากำไรในลักษณะคนกลางสำหรับสัตว์ประเภทสุนัขและแมว ต้องขอใบอนุญาตให้ทำการค้าหรือซากสัตว์ (ใบ ร.10) จากกรมปศุสัตว์ และพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ซึ่งกำหนดให้มีการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวการสำรวจและติดตามการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง
จากนโยบายการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง "ตลอดช่วงชีวิต" ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในปี 2566 ได้มีการสำรวจกิจการที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงในช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม พบว่ามีกิจการที่เกี่ยวกับสุนัขและแมวจำนวน 233 ราย แต่มีเพียง 6 ราย ที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (ใบ อภ.2) และมีเพียง 30 แห่งที่มีใบอนุญาตให้ทำการค้าหรือซากสัตว์ (ใบ ร.10)การออกใบอนุญาตในอดีตและการดำเนินการในปัจจุบัน
กรุงเทพมหานครระบุว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยออกใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (ใบ อภ.2) ให้แก่ร้านค้าสัตว์ เนื่องจากยังขาดความชัดเจนของกฎหมาย แต่ล่าสุดได้รับคำตอบจากกรมอนามัยว่า กิจการค้าสัตว์เป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้น กรุงเทพมหานครจึงได้ร่วมกับกรมปศุสัตว์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับผู้ค้าสัตว์ในตลาดสังกัดสำนักงานตลาดกรุงเทพฯ เพื่อให้ผู้ค้าดำเนินการขอใบอนุญาตทั้ง 2 ประเภทให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2567กิจการที่ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการอันเป็นอันตรายต่อสุขภาพ (ใบ อภ.2)
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางสาวทวิดา กมลเวชช ได้อธิบายว่า กิจการที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงที่ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการอันเป็นอันตรายต่อสุขภาพ (ใบ อภ.2) ได้แก่ (1) การเพาะพันธุ์ เลี้ยง และการอนุบาลสัตว์ทุกชนิด เช่น ฟาร์ม และร้านจำหน่ายสัตว์เลี้ยง (2) การประกอบกิจการเลี้ยง รวบรวมสัตว์ หรือธุรกิจอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าชมหรือเพื่อประโยชน์ของกิจการนั้น เช่น คาเฟ่สัตว์เลี้ยง และ (3) ประเภทกิจการสปา อาบน้ำ ตัดขน รับฝากสัตว์เลี้ยงชั่วคราว เช่น ร้านอาบน้ำ ตัดขนสัตว์ และโรงแรมสัตว์แนวทางการดำเนินการในอนาคต
กรุงเทพมหานครจะติดตามการขึ้นทะเบียนเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงให้ถูกต้องครบทั้ง 50 เขต และจะส่งจดหมายถึงผู้ค้าสัตว์ที่มีร้านอยู่ในสังกัดสำนักงานตลาดกรุงเทพฯ ให้ดำเนินการขออนุญาตใบ อภ.2 พร้อมทั้งจะไปตั้งโต๊ะรับยื่นเอกสารร่วมกับกรมปศุสัตว์ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ผู้ค้าสามารถดำเนินการขอใบอนุญาตทั้ง 2 ประเภทให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาYou May Like