เทคโนโลยีล้ำสมัยที่ขับเคลื่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก
การแข่งขันกีฬาระดับโลกอย่างโอลิมปิกนั้น มีการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยที่น่าทึ่งเพื่อช่วยในการตัดสินผลการแข่งขันอย่างแม่นยำและยุติธรรม โดยแบรนด์นาฬิกาหรูอย่าง OMEGA ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการจับเวลาโอลิมปิกมาตั้งแต่ปี 1932 ได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในการแข่งขันโอลิมปิก ปารีส 2024 อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่กล้องความละเอียดสูงที่สามารถรัวภาพได้ 40,000 ภาพต่อวินาที จนถึงระบบวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้วย Computer Vision ที่ช่วยในการตัดสินผลการแข่งขันได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ขับเคลื่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก
กล้อง Photo-Finish ความละเอียดสูง Scan'O'Vision ULTIMATE
ในการแข่งขันกรีฑา วิ่ง 100 เมตรชาย ที่ผ่านมา เราได้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีกล้อง Photo-Finish ที่ใช้ในการตัดสินผลการแข่งขัน โดยเจ้ากล้อง 'OMEGA Scan'O'Vision ULTIMATE' ที่สามารถรัวภาพได้ถึง 40,000 ภาพต่อวินาที นับเป็นครั้งแรกของโลกที่ใช้กล้องความเร็วสูงขนาดนี้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ซึ่งแตกต่างจากโอลิมปิก โตเกียว 2020 ที่ใช้กล้องที่สามารถรัวภาพได้เพียง 10,000 ภาพต่อวินาที เท่านั้นหลักการทำงานของกล้อง OMEGA Scan'O'Vision ULTIMATE คือ การบันทึกภาพกว้างเพียง 1 พิกเซลที่หน้าเส้นชัย ทันทีที่นักกีฬาวิ่งผ่านก็จะเอาพิกเซลเพียง 1 พิกเซลนั้นมาเรียงต่อกันจากขวาไปซ้ายจนได้เป็นภาพ Photo-Finish ขึ้นมา ซึ่งสามารถวัดความแตกต่างของเวลาได้ถึง 0.005 วินาที ดังเช่นในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ที่โนอาห์ ไลล์ส จากสหรัฐฯ คว้าชัยชนะไปด้วยเวลา 9.784 วินาที เฉือนคิเชน ธอมป์สัน จากจาเมกา ที่ทำเวลาได้ 9.789 วินาทีเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่ใช้ในโอลิมปิก ปารีส 2024
นอกจากกล้อง Photo-Finish แล้ว ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ปารีส 2024 ยังมีการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ปืนส่งสัญญาณออกตัวอิเล็กทรอนิกส์ที่จะส่งสัญญาณไปยังอุปกรณ์จับเวลาเพื่อความแม่นยำสูงสุด, ระบบ 'Computer Vision system' ที่ใช้กล้องติดตั้งรอบสนามเพื่อบันทึก Live Data และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของแต่ละกีฬา, สกอร์บอร์ดความละเอียดสูงแบบ Real-Time, นาฬิกาจับเวลาความแม่นยำสูงอย่าง Quantum Timer, เส้นชัยเทคโนโลยีโฟโตเซลล์, และบล็อกออกตัวสำหรับนักกีฬาเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้การตัดสินผลการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกมีความแม่นยำและยุติธรรมมากยิ่งขึ้น โดยสามารถใช้ในการแข่งขันกีฬากว่า 329 รายการ 32 ประเภท ในโอลิมปิก ปารีส 2024 ซึ่งเป็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากการใช้เทคโนโลยีในการแข่งขันโอลิมปิกในอดีตการพัฒนาเทคโนโลยีการจับเวลาโอลิมปิก
การใช้เทคโนโลยีในการจับเวลาการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกนั้น มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน โดยเริ่มจากการใช้กล้อง 'OMEGA Magic Eye' ในโอลิมปิก ลอนดอน 1948 ซึ่งเป็นการนำกล้อง Photo-Finish มาใช้เป็นครั้งแรก และได้มีการพัฒนาต่อยอดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน จนกระทั่งมาถึงการใช้กล้อง OMEGA Scan'O'Vision ULTIMATE ในโอลิมปิก ปารีส 2024 ที่สามารถรัวภาพได้ถึง 40,000 ภาพต่อวินาทีการพัฒนาเทคโนโลยีการจับเวลาในโอลิมปิกนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ OMEGA ในการยกระดับความแม่นยำและความยุติธรรมในการตัดสินผลการแข่งขัน เพื่อให้นักกีฬาทุกคนได้รับผลการตัดสินที่ถูกต้องและเป็นธรรม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการแข่งขันกีฬาระดับโลกอย่างโอลิมปิกYou May Like