ร้านก๋วยเตี๋ยวอุดรธานี ลดโซเดียมได้ตามมาตรฐาน ก้าวสู่สังคมสุขภาพดี
กรมควบคุมโรคเผยผลโครงการนำร่อง "ร้านก๋วยเตี๋ยว ดีต่อไต" ในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีร้านก๋วยเตี๋ยวเข้าร่วมกว่า 45 ร้าน พบว่าสามารถปรับสูตรลดปริมาณโซเดียมลงได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนได้รับประทานก๋วยเตี๋ยวที่มีปริมาณเกลือโซเดียมไม่เกินค่ามาตรฐาน และชวนทุกภาคส่วนร่วมกันลดการบริโภคเค็ม เพื่อห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรังก้าวสู่สังคมสุขภาพดี ด้วยการลดการบริโภคเกลือและโซเดียม
โรคไม่ติดต่อ ปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่งของประเทศ
โรคไม่ติดต่อเป็นปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่งของโลกและของประเทศไทย โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูงที่พบมากถึง 14 ล้านคน จากระบบรายงานข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 พบผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ขึ้นทะเบียนรักษาเพียง 7 ล้านคน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายังมีอีกหลายล้านคนที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษา ปัจจุบันสถานการณ์การบริโภคเกลือและโซเดียมในประเทศไทยพบว่า มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก 1.5 – 2 เท่า ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังก๋วยเตี๋ยวในอุดรธานี มีปริมาณโซเดียมสูง
จากการสำรวจพฤติกรรมบริโภคอาหารของจังหวัดอุดรธานีปี 2566 โดยสุ่มตรวจอาหาร จำนวน 3,810 ตัวอย่าง พบมีค่าความเข้มข้นของโซเดียมอยู่ในระดับเริ่มเค็ม และเค็มมาก ร้อยละ 59.30 โดยอาหารประเภทส้มตำ มีค่าเฉลี่ยปริมาณโซเดียมต่อหน่วยบริโภคสูงที่สุด คือ 1,055.59 มิลลิกรัม รองลงมาเป็นอาหารประเภทก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ ราดหน้า มีค่าเฉลี่ยปริมาณโซเดียม 948.86 มิลลิกรัม ซึ่งสูงกว่าค่าแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่ไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวันโครงการ "ร้านก๋วยเตี๋ยว ดีต่อไต" ในอุดรธานี
กรมควบคุมโรคร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดอุดรธานี ได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมสุขภาพ ลดการบริโภคเกลือและโซเดียม : ร้านก๋วยเตี๋ยว ดีต่อไต โดยนำร่องในพื้นที่เทศบาลนครอุดรธานี สนับสนุนให้มีการใช้ salt meter ในการวัดปริมาณโซเดียมให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งมีจำนวนผู้ประกอบการร้านก๋วยเตี๋ยว 45 ร้าน ที่เข้าร่วมโครงการ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมือง บ้านดุง บ้านผือ และโรงพยาบาลอุดรธานีผลการดำเนินโครงการ "ร้านก๋วยเตี๋ยว ดีต่อไต"
จากการติดตามผลพบว่า ทั้ง 45 ร้าน สามารถปรับสูตรน้ำก๋วยเตี๋ยวลดปริมาณโซเดียมลงได้ทุกร้าน โดยผ่านเกณฑ์ระดับเค็มน้อย (Salt ≤0.70%) ร้อยละ 64.29 เทียบกับก่อนเริ่มโครงการที่ ร้อยละ 16.67 และเกณฑ์ระดับเค็ม (Salt >0.90%) ลดลงเหลือร้อยละ 21.43 เทียบกับก่อนเริ่มโครงการที่ร้อยละ 78.57 ผลดังกล่าวทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีทางเลือกในการรับประทานก๋วยเตี๋ยวที่มีปริมาณเกลือโซเดียมที่ไม่เกินค่ามาตรฐานก้าวสู่สังคมสุขภาพดี ด้วยการลดการบริโภคเกลือและโซเดียม
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณจังหวัดอุดรธานี ที่เห็นความสำคัญในการดำเนินการลดการบริโภคเกลือและโซเดียม จนเป็นต้นแบบ ได้รับความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้แก่ประชาชน เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภค โดยเฉพาะลดการบริโภคเกลือและโซเดียม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูง และโรคไม่ติดต่ออื่นๆ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเกลือและโซเดียมที่เกินความจำเป็น หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มหรืออาหารที่มีโซเดียมสูง งดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพYou May Like