ความรักที่เปลี่ยนไป: จากการเลี้ยงลูกสู่การเลี้ยงสัตว์เลี้ยง
ในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ค่านิยมและความคิดของคนรุ่นใหม่ก็ได้เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ซึ่งส่งผลให้พฤติกรรมการเลี้ยงดูในครอบครัวเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการเลือกที่จะเลี้ยงสัตว์แทนการเลี้ยงลูก ทั้งนี้เนื่องจากปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปความรักที่เปลี่ยนแปลง: จากการเลี้ยงลูกสู่การเลี้ยงสัตว์เลี้ยง
การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในสังคมไทย
ในปัจจุบัน สังคมไทยให้ความสนใจและนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขและแมว ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทยและกรมปศุสัตว์ พบว่า ในปี 2020 ประเทศไทยมีจำนวนสัตว์เลี้ยงทั้งหมดประมาณ 15 ล้านตัว โดยเป็นสุนัขประมาณ 9 ล้านตัว และแมวประมาณ 3 ล้านตัว ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2019 อย่างมาก นอกจากนี้ ยังพบว่าคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะเลี้ยงแมวมากกว่าแต่ก่อน เนื่องจากแมวสามารถอยู่ในพื้นที่จำกัดและดูแลตัวเองได้ง่ายการเปลี่ยนแปลงมุมมองในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง
ในอดีต การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงมักจะเป็นการแสดงความเป็นเจ้าของ (Ownership) เหมือนกับการ์ตูนเรื่อง 'ชินจัง' ที่มีเจ้าชิโร่ สุนัขคู่ซี้ที่คอยอยู่เคียงข้างเจ้านายเสมอ แต่ในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่มีมุมมองต่อสัตว์เลี้ยงเป็นเหมือนลูกคนหนึ่ง ซึ่งเรียกความสัมพันธ์นี้ว่า 'Pet Parent' โดยมองว่าตนเองไม่ใช่เจ้านาย แต่เป็นพ่อหรือแม่ของสัตว์เลี้ยง ที่ทุ่มเทเอาใจใส่น้องสี่ขาทั้งการใช้ชีวิต การกินและดูแลสุขภาพ ไม่ต่างจากการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีปัจจัยที่ทำให้คนสนใจเลี้ยงสัตว์เลี้ยงมากขึ้น
สาเหตุหลักที่คนสนใจเลี้ยงสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหน้าตาสุดน่ารักและนิสัยแสนขี้อ้อนของสัตว์เลี้ยง ซึ่งทำให้เจ้าของรู้สึกแฮปปี้ที่ได้ใกล้ชิด นอกจากนี้ สัตว์เลี้ยงยังเป็นเหมือนเพื่อนเล่นที่ช่วยคลายเหงาและเยียวยาจิตใจให้กับเจ้าของ ทำให้พวกเขารู้สึกมีชีวิตชีวาและบรรเทาความเครียดจากเรื่องน่าปวดหัวรอบตัวได้ดีเมื่อพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง พบว่า มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าการเลี้ยงเด็กมาก โดยการเลี้ยงสุนัขต้องใช้เงินอย่างน้อย 600 - 10,000 บาทต่อเดือนต่อตัว และการเลี้ยงแมวต้องใช้เงินอย่างน้อย 350 - 2,600 บาทต่อเดือนต่อตัว ในขณะที่การเลี้ยงเด็กคนหนึ่งต้องใช้เงินมากกว่าหลายเท่าตัว ประมาณ 3,000 - 20,000 บาทต่อเดือนต่อคน รวมถึงค่าเล่าเรียนที่ต้องจ่ายทุกเทอมหลายสิบปีตั้งแต่เด็กจนโตประมาณ 1.5 ล้านบาท ซึ่งในยุคที่เศรษฐกิจซบเซา เกิดความไม่แน่นอนในสังคมและสภาพแวดล้อม อาจทำให้คนรู้สึกว่าตัวเองน่าจะรับมือกับค่าใช้จ่ายเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้มากกว่าการเลี้ยงเด็กนอกจากนี้ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่รักอิสระในการใช้ชีวิต ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงตอบโจทย์พวกเขามากกว่าการเลี้ยงเด็ก เนื่องจากสัตว์เลี้ยงสามารถจัดการชีวิตตัวเองได้ ไม่ต้องคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เช่น แมวสามารถจัดการเรื่องการกิน การขับถ่าย หรือการออกไปเที่ยวข้างนอกได้ด้วยตัวเอง แต่การเลี้ยงเด็กต้องคอยดูแลตลอดเวลา อาจทำให้มีเวลาอิสระส่วนตัวในการทำสิ่งที่ต้องการน้อยลงสภาพแวดล้อมในสังคมไทยที่ไม่เอื้อต่อการมีบุตร
ไม่เพียงแค่ทั่วโลกที่มีแนวโน้มของคนโสดมากขึ้น แต่คนไทยเองก็มีแนวโน้มที่จะไม่มีลูกเช่นกัน เนื่องจากสภาพแวดล้อมทางสังคมและเศรษฐกิจของไทยเองอาจจะไม่ได้เอื้ออำนวยมากนัก เช่น สวัสดิการที่ส่งเสริมการมีบุตรไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา หรือการใช้ชีวิตในเมืองที่ไม่ปลอดภัยสภาพแวดล้อมของเมืองเป็นปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตมาก เพราะมันเป็นสิ่งรอบตัวและแทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคน เช่น เด็กต้องเดินทางไปโรงเรียน ไปหาความรู้หรือไปพบปะเพื่อนฝูง แต่สิ่งอำนวยความสะดวกของเมืองอาจจะไม่ได้เข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน เช่น ขนส่งสาธารณะ สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น ห้องสมุด พื้นที่กิจกรรม หรืออากาศปลอดฝุ่นควันยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาสังคมเกี่ยวกับเด็กก็ยังพบเห็นอยู่บ่อยครั้ง เช่น การทารุณกรรม การกลั่นแกล้ง หรือการถูกลวนลามทางเพศ ทำให้บางคนรู้สึกกังวลการมีลูก และไม่อยากให้เด็กเกิดมาต้องเสี่ยงเจอปัญหาแบบนี้อีกในระยะยาวดังนั้น ไม่ว่าคนเราจะตัดสินใจมีลูกหรือมีสัตว์เลี้ยง ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความพร้อมทางการเงิน เวลา และเป้าหมายของตนเอง ซึ่งไม่ว่าจะเลือกทางไหน สิ่งที่เหมือนกันของเด็กและสัตว์เลี้ยงคือ ต้องให้ความรักและเอาใจใส่ เพราะพวกเขาต่างก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจิตใจ และความรู้สึกไม่ต่างกันYou May Like