การศึกษาทางวิทยาศาสตร์เมื่อเร็วๆ นี้ระบุว่าชาเป็นพันธมิตรที่สําคัญในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง. ขณะนี้นักวิจัยจากสถาบันต่างๆ กําลังสนับสนุนการบริโภคชาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่มุ่งป้องกันมะเร็ง.
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้ค้นพบว่าสารประกอบบางชนิดที่พบในชา เช่น คาเทชินและโพลีฟีนอล มีบทบาทสําคัญในการขัดขวางการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง. สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้มีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจทําให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ที่นําไปสู่มะเร็ง.
ดร. เอมิลี่ วัตสัน หนึ่งในหัวหน้านักวิจัยกล่าวว่า "การค้นพบของเราระบุว่าการบริโภคชาเป็นประจําสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งบางชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ. นี่เป็นการพัฒนาที่น่าตื่นเต้นในด้านการวิจัยโรคมะเร็งและนําเสนอวิธีที่ง่ายแต่มีประสิทธิภาพสําหรับบุคคลในการปกป้องสุขภาพของตนเอง.'
นอกเหนือจากการศึกษาในห้องปฏิบัติการแล้ว การวิจัยทางระบาดวิทยายังสนับสนุนการค้นพบนี้อีกด้วย. ประชากรที่บริโภคชาสูงมักรายงานอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งที่ลดลง. ประเทศต่างๆ เช่น ญี่ปุ่น ซึ่งชาเขียวเป็นอาหารหลัก มีอัตราการเกิดมะเร็ง เช่น มะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมากต่ํากว่าอย่างเห็นได้ชัด.
หลักฐานที่เพิ่มมากขึ้นชี้ให้เห็นว่าการรวมชาเข้ากับกิจวัตรประจําวันอาจให้ประโยชน์ในการป้องกันมะเร็ง. ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนําให้ดื่มชาหลากหลายชนิด รวมถึงชาเขียว สีดํา และอูหลง เพื่อเพิ่มปริมาณสารประกอบที่เป็นประโยชน์ให้สูงสุด.
แม้ว่าชาจะไม่ใช่วิธีรักษาทั้งหมด แต่ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย รวมถึงคุณสมบัติในการต่อสู้กับมะเร็ง ทําให้ชาเป็นส่วนเสริมที่มีคุณค่าในการรับประทานอาหารที่สมดุล. ในขณะที่การวิจัยดําเนินต่อไป บทบาทของชาในการป้องกันและรักษามะเร็งจะชัดเจนขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย.
