พ่อค้าแม่ค้าขายสัตว์เลี้ยงมองสวนตลาดสัตว์เลี้ยงเงียบ เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว !!

ตลาดปลาจตุจักร: ศูนย์กลางธุรกิจสัตว์เลี้ยงที่ฟื้นตัวช้า แต่ยังมีโอกาสเติบโต

ในช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจสัตว์เลี้ยงและที่เกี่ยวเนื่องได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการยกระดับสัตว์เลี้ยงให้เป็นเพื่อนที่มีความสำคัญในชีวิต ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจนี้มีมูลค่าสูงถึง 2.5 แสนล้านบาทในปี 2566 ทีมข่าว PPTVWealth จึงได้ลงพื้นที่สำรวจตลาดปลาจตุจักร ซึ่งเป็นศูนย์กลางของธุรกิจสัตว์เลี้ยงในกรุงเทพฯ เพื่อติดตามสถานการณ์และแนวโน้มของตลาดในช่วงนี้

ตลาดปลาจตุจักร: ศูนย์กลางธุรกิจสัตว์เลี้ยงที่ยังรอการฟื้นตัว

ความต้องการสินค้าสัตว์เลี้ยงยังคงมีอย่างต่อเนื่อง

จากการลงพื้นที่สำรวจ ทีมข่าว PPTVWealth พบว่า มีประชาชนทยอยมาเลือกซื้อปลาและอุปกรณ์เลี้ยงสัตว์อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าความต้องการสินค้าสำหรับเลี้ยงสัตว์ยังคงมีอยู่ในตลาด อย่างไรก็ตาม พ่อค้า-แม่ค้าในตลาดยังมองว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้ยอดขายในตลาดยังคงเงียบเหงา

ร้านค้าในตลาดปลาจตุจักรยังคงดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

จากการสอบถามผู้ดูแลร้าน Ac & Op ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายปลาสวยงาม อาหารปลา และอุปกรณ์เลี้ยงปลา พบว่า ร้านค้ายังคงมีลูกค้ามาซื้อสินค้าตามปกติ แม้ว่าจะไม่ได้ดีเท่ากับช่วงที่ผ่านมา โดยปลาสวยงามที่ขายดีที่สุด ได้แก่ ปลาหางนกยูง ปลานีออน และปลาคาลินัล ซึ่งมีราคาเริ่มต้นตัวละ 10-15 บาทในขณะเดียวกัน นายนิรันดร์ แก้วชาติ เจ้าของร้านลุงจวน 2 ซึ่งจำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับการเลี้ยงปลา ก็ยังคงดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยขายทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเก่าที่มาซื้อสินค้า แม้ว่ายอดขายจะยังไม่ฟื้นตัวดีนัก เนื่องจากมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น

ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น แต่ยังเข้าถึงได้

จากการสอบถาม พบว่า ราคาปลาสวยงามของร้านลุงจวน 2 เริ่มต้นตัวละ 3-4 บาท สำหรับปลาสุมาตรา ซึ่งเป็นราคาถูกที่สุด และมีราคาสูงสุดที่ 15-20 บาท เช่น ปลาสอด ปลาทอง ปลาเทวดา และปลามังกรน้อย นอกจากนี้ ราคาอุปกรณ์เลี้ยงปลาก็ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 5-10% และราคาอาหารปลาเพิ่มขึ้นประมาณ 10-15% ซึ่งเป็นการปรับราคาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ราคาดังกล่าวยังถือว่าอยู่ในระดับที่ผู้เลี้ยงสามารถเข้าถึงได้

ความท้าทายและโอกาสของตลาดปลาจตุจักร

แม้ว่าตลาดปลาจตุจักรจะยังคงเผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า แต่ก็ยังคงเป็นศูนย์กลางของธุรกิจสัตว์เลี้ยงในกรุงเทพฯ และมีโอกาสเติบโตต่อไปในอนาคต เนื่องจากความต้องการสินค้าสำหรับเลี้ยงสัตว์ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านปลาสวยงามและอุปกรณ์เลี้ยงสัตว์ ซึ่งผู้ประกอบการในตลาดต้องปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป และสร้างความแตกต่างเพื่อแข่งขันในตลาดที่มีคู่แข่งเพิ่มขึ้น