TU ดีด 2% โบรกชี้ไม่ขายหุ้นซื้อคืน คาดดีมานด์ทูน่า-อาหารสัตว์เลี้ยงพุ่ง

ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป เตรียมขายหุ้นซื้อคืน หลังบอร์ดอนุมัติ

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทให้ดำเนินการขายหุ้นซื้อคืนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในช่วงวันที่ 8-12 กรกฎาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและความคล่องตัวในการซื้อขายหุ้นของบริษัท

ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป เตรียมขายหุ้นซื้อคืนในตลาด หลังบอร์ดอนุมัติ

การขายหุ้นซื้อคืนของ TU

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทให้ดำเนินการขายหุ้นซื้อคืนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในช่วงวันที่ 8-12 กรกฎาคม 2567 โดยมีจำนวนหุ้นที่จะขายคืนทั้งสิ้น 200 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.19% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ทั้งนี้ หากไม่สามารถจำหน่ายหุ้นซื้อคืนทั้งหมดได้ บริษัทจะดำเนินการลดทุนจดทะเบียนโดยการตัดหุ้นสามัญที่ไม่สามารถจำหน่ายออกทั้งจำนวนการขายหุ้นซื้อคืนในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและความคล่องตัวในการซื้อขายหุ้นของบริษัท โดยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า โอกาสที่ TU จะไม่ขายหุ้นซื้อคืนในตลาดและให้น้ำหนักกับการตัดหุ้นที่ไม่ได้จำหน่ายและลดทุนลงเมื่อถึงกำหนด เช่นเดียวกับที่บริษัทเคยปฏิบัติกับหุ้นซื้อคืนในโครงการก่อนหน้า ซึ่งจะช่วยคลายความกังวลในประเด็นดังกล่าวที่กดดันต่อราคาหุ้นลงไป

แนวโน้มผลการดำเนินงานของ TU ในครึ่งหลังปี 2567

มุมมองของผลการดำเนินงานของ TU ในครึ่งหลังปี 2567 คาดว่ายังมีแนวโน้มกำไรเติบโตดีต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากดีมานด์ของทูน่ากระป๋องที่ดีขึ้น และดีมานด์ของอาหารสัตว์ที่ดีต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยชดเชยราคาทูน่าในช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม 2567 ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังไม่มีการรับรู้ผลขาดทุนจาก Red Lobster หลังจากตัดขายออกไปหมดแล้ว ทำให้คาดว่าผลการดำเนินงานในปี 2567 จะพลิกมีกำไรจากปีก่อนที่ขาดทุน

ราคาหุ้น TU ปรับตัวขึ้น

ณ เวลา 10:40 น. ของวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 ราคาหุ้น TU อยู่ที่ระดับ 14.80 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 2.07% โดยมีราคาสูงสุดที่ 14.80 บาท และราคาต่ำสุดที่ 14.60 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 84.83 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวโน้มการดำเนินงานของบริษัทในอนาคต