ไทยคว้ารองแชมป์กลุ่มในการแข่งขันแบดมินตันโอลิมปิก 2024
ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย "เอ็ม" สุภัค จอมเกาะ และ "สกาย" กิตินุพงษ์ เกตุเรน คู่มือลำดับที่ 23 ของโลก ได้ผ่านเข้ารอบ 8 คู่สุดท้ายในประเภทชายคู่ หลังจากจบการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม โดยพวกเขาต้องพบกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่าง คัง มิน ฮยุค และ โซว ซอง แจ จากเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นคู่มือลำดับที่ 4 ของโลกนักกีฬาแบดมินตันไทยพร้อมสร้างประวัติศาสตร์ในโอลิมปิก 2024
การแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม
ในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม คู่นักกีฬาไทย "เอ็ม-สกาย" ต้องพบกับคู่แข็งอย่าง คัง มิน ฮยุค และ โซว ซอง แจ จากเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นคู่มือลำดับที่ 4 ของโลก โดยในเกมแรก คู่เกาหลีใต้เปิดเกมรุกได้อย่างรวดเร็ว ขึ้นนำ 3-0 ในช่วงต้น ขณะที่คู่ไทยพยายามไล่ตามมาเป็น 5-11 แต่ก็ไล่ไม่ทันและแพ้ไป 16-21ในเกมที่สอง คู่ไทย "เอ็ม-สกาย" เปิดหัวได้ดี พยายามวางลูกท้ายคอร์ดสลับหน้าเนต และไล่มาเป็น 10-12 แต่คู่เกาหลีใต้ยังคงเล่นได้แข็งแกร่ง และปิดเกมไป 21-15 ทำให้คู่ไทยแพ้ไป 0-2 เกม ด้วยสกอร์ 16-21 และ 15-21 ใช้เวลาทั้งหมด 38 นาทีแม้ว่าคู่ไทย "เอ็ม-สกาย" จะแพ้ในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม แต่พวกเขาก็ยังสามารถผ่านเข้ารอบ 8 คู่สุดท้ายในฐานะรองแชมป์กลุ่ม ส่วนคู่เกาหลีใต้ จบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มความหวังของนักกีฬาแบดมินตันไทย
การที่คู่ "เอ็ม-สกาย" ผ่านเข้ารอบ 8 คู่สุดท้ายในการแข่งขันแบดมินตันโอลิมปิก 2024 นับเป็นความสำเร็จอย่างมากสำหรับวงการกีฬาแบดมินตันของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเภทชายคู่ ซึ่งเป็นหนึ่งในกีฬาที่ไทยมีความแข็งแกร่งและมีโอกาสคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันระดับโลกได้ด้วยความสามารถและประสบการณ์ของ "เอ็ม-สกาย" ที่ผ่านการแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติมาอย่างยาวนาน คู่นี้มีโอกาสสูงที่จะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการกีฬาแบดมินตันไทย โดยการคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้นอกจากนี้ การที่คู่ "เอ็ม-สกาย" ผ่านเข้ารอบ 8 คู่สุดท้ายยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬารุ่นใหม่ของไทย ให้เห็นว่าด้วยความมุ่งมั่นและการฝึกฝนอย่างหนัก พวกเขาสามารถก้าวขึ้นมาแข่งขันในเวทีระดับโลกและประสบความสำเร็จได้ดังนั้น การแข่งขันในรอบต่อไปของ "เอ็ม-สกาย" จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับวงการกีฬาแบดมินตันไทย และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬารุ่นใหม่ในการพัฒนาตัวเองให้ก้าวไกลไปสู่เวทีระดับโลกต่อไปYou May Like