BITE SIZE : ทัพนักกีฬาไทย คว้าเหรียญโอลิมปิก ได้เงินอัดฉีดเท่าไร ?

ทัพนักกีฬาไทยคว้าเหรียญโอลิมปิกปารีส 2024 ได้รับเงินรางวัลมหาศาล

ทัพนักกีฬาไทยคว้าเหรียญโอลิมปิกปารีส 2024 ได้รับเงินรางวัลมหาศาล

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้ปิดฉากลงแล้ว ทัพนักกีฬาไทยที่ลุยศึกครั้งนี้ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั่วประเทศ นอกจากความสำเร็จในสนามแข่งขันแล้ว เรื่องที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก คือ เงินรางวัลมหาศาลที่นักกีฬาไทยจะได้รับจากการคว้าเหรียญรางวัล

เงินรางวัลมหาศาลรอคอยนักกีฬาไทย

เงินอัดฉีดจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ

นักกีฬาไทยที่คว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันโอลิมปิก จะได้รับเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ในอัตราที่สูงมาก โดยเหรียญทองจะได้รับสูงสุด 12 ล้านบาท เหรียญเงินได้รับสูงสุด 7.2 ล้านบาท และเหรียญทองแดงได้รับสูงสุด 4.8 ล้านบาท นักกีฬาสามารถเลือกรับเงินรางวัลแบบเงินก้อนจ่ายครั้งเดียว หรือแบ่งจ่ายเป็นรายเดือนในระยะเวลา 4 ปี ซึ่งหากเลือกรับแบบเงินก้อนจะได้รับเงินรางวัลที่ลดลงเหลือ 10 ล้านบาท 6 ล้านบาท และ 4 ล้านบาท ตามลำดับ

เงินเดือนจากคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย

นอกจากเงินอัดฉีดจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติแล้ว นักกีฬาโอลิมปิกที่คว้าเหรียญรางวัลยังจะได้รับเงินเดือนจากคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เป็นระยะเวลา 20 ปี หรือ 240 เดือน โดยเหรียญทองจะได้รับเดือนละ 12,000 บาท เหรียญเงินได้รับเดือนละ 10,000 บาท และเหรียญทองแดงได้รับเดือนละ 8,000 บาท ซึ่งเมื่อคำนวณตลอด 20 ปี จะเป็นเงินรวม 2.88 ล้านบาท 2.4 ล้านบาท และ 1.92 ล้านบาท ตามลำดับ

เงินรางวัลให้กับสมาคมกีฬาและบุคลากรกีฬา

นอกจากเงินรางวัลที่นักกีฬาจะได้รับแล้ว กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติยังจะมอบเงินรางวัลให้กับสมาคมกีฬาของนักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัล ในอัตรา 30% ของเงินรางวัลทั้งหมดที่นักกีฬาได้รับ แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท และจะมอบเงินรางวัลให้กับบุคลากรกีฬาของสมาคมกีฬาที่มีหน้าที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน ในอัตรา 20% ของเงินรางวัลที่นักกีฬาได้รับ สำหรับประเภทบุคคลทั่วไปและทีมที่มีนักกีฬาไม่เกิน 6 คน และ 10% ของเงินรางวัลที่นักกีฬาได้รับ สำหรับทีมที่มีนักกีฬาตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป

กองทุนกีฬาฯ ไม่ได้ใช้แค่เพื่อจ่ายเงินอัดฉีด

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ มีแหล่งรายได้หลักมาจากภาษีสรรพสามิต โดยมาตรา 37 ของ พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 กำหนดให้จัดเก็บ 2% ของภาษีที่เก็บจากสุราและยาสูบ มาเป็นเงินกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเงินดังกล่าวไม่ได้ใช้เพื่อเป็นเงินรางวัลแก่นักกีฬาโอลิมปิกอย่างเดียว แต่ยังจ่ายเงินรางวัลให้กับนักกีฬาในมหกรรมกีฬาอื่น ๆ อีกด้วย และยังนำไปใช้ในการดำเนินกิจกรรมกีฬาทั้งในระดับชาติและนานาชาติ การพัฒนานักกีฬา บุคลากร และสมาคมกีฬา รวมถึงสวัสดิการสำหรับนักกีฬา

ไม่ต้องเสียภาษีเงินรางวัล

เงินรางวัลที่นักกีฬาได้รับจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เอเชียนเกมส์ และซีเกมส์ รวมถึงกีฬาผู้พิการ พาราลิมปิกเกมส์ เอเชียนพาราเกมส์ และอาเซียนพาราเกมส์ ได้รับการยกเว้นภาษีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น 10 ล้านบาทแรก หรือส่วนที่เกิน 10 ล้านบาท เพื่อเป็นการสนับสนุนนักกีฬาและผู้ฝึกสอนที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ

ต่างประเทศอัดฉีดนักกีฬาเยอะกว่า

เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ พบว่า ประเทศในแถบเอเชียมีการอัดฉีดเงินรางวัลให้นักกีฬาในอัตราที่สูงมาก โดยฮ่องกงอัดฉีดสูงสุดถึง 768,000 ดอลลาร์สหรัฐ สิงคโปร์อัดฉีดสูงสุด 745,000 ดอลลาร์สหรัฐ อินโดนีเซียอัดฉีดสูงสุด 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมาเลเซียอัดฉีดสูงสุด 216,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนประเทศอื่น ๆ เช่น สหรัฐอเมริกาอัดฉีดสูงสุด 38,000 ดอลลาร์สหรัฐ เยอรมนีอัดฉีดสูงสุด 22,000 ดอลลาร์สหรัฐ และออสเตรเลียอัดฉีดสูงสุด 13,000 ดอลลาร์สหรัฐ นอกจากเงินรางวัลแล้ว นักกีฬาในบางประเทศยังได้รับรางวัลอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น บ้าน คอนโด รถยนต์ ตั๋วโดยสารฟรีตลอดชีวิต หรือเงินบำนาญตลอดชีวิต