รัฐมนตรีสาธารณสุขเร่งพัฒนาแพทย์ปฐมภูมิ ยกระดับ อสม. เป็นหมอคนที่ 1 ดูแลสุขภาพชุมชน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้เดินทางไปพบปะ อสม. ในจังหวัดลำพูนและลำปาง เพื่อรับมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านสาธารณสุข โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบการแพทย์ปฐมภูมิ และยกระดับบทบาท อสม. ให้เป็นหมอคนที่ 1 ในการดูแลสุขภาพประชาชนในชุมชนยกระดับ อสม. เป็นผู้ช่วยพยาบาล พร้อมเสริมสร้างขวัญกำลังใจ
ผลักดันแพทย์ปฐมภูมิ ลดความแออัดในโรงพยาบาล
กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายเร่งรัดพัฒนาการแพทย์ปฐมภูมิให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก ใกล้บ้าน ไม่ต้องเดินทางไกลไปโรงพยาบาล ซึ่งจะช่วยลดความแออัดและลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ โดย อสม. จะมีบทบาทสำคัญในระบบการแพทย์ปฐมภูมิ ถือเป็นหมอคนที่ 1 ในการดูแลสุขภาพประชาชนในชุมชน ดังจะเห็นได้จากบทบาทสำคัญของ อสม. ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ให้ความรู้เรื่องวัคซีนและแนะนำประชาชนให้เข้าถึงบริการสุขภาพ ส่งผลให้ความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคในประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับโลกรัฐมนตรีสาธารณสุขกล่าวว่า พร้อมสนับสนุนและยกระดับ อสม. ให้เป็นผู้ช่วยพยาบาล ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล สมาร์ท อสม. เพื่อพัฒนาศักยภาพ พร้อมเสริมสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะการดูแลเรื่องค่าป่วยการ และการผลักดัน พ.ร.บ. อสม. รวมถึงการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ นอกจากนี้ ยังมอบชุดดูแลสุขภาพประชาชนเบื้องต้นให้ อสม. เพื่อช่วยให้ทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้นส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรไทย ลดการดื้อยา
รัฐมนตรีสาธารณสุขกล่าวว่า จังหวัดลำพูนและลำปาง มีอัตราการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสูง โดยเฉพาะลำปางที่มีคนเข้าโรงพยาบาลถึง 4 ล้านครั้ง/ปี ซึ่งเฉลี่ยแล้วคนหนึ่งเข้าโรงพยาบาลปีละ 4-6 ครั้ง จึงต้องพัฒนา อสม. เพื่อลดตัวเลขดังกล่าว นอกจากนี้ ยังกำลังผลักดันการใช้ยาสมุนไพรไทย เนื่องจากพบปัญหาการดื้อยาเคมีบางตัว ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยกำลังรวบรวมแพทย์แผนไทย 100 คน เพื่อมาช่วยถ่ายทอดความรู้ให้ประชาชนใช้ยาสมุนไพรเป็นทางเลือกแรกก่อนไปหาหมอติดตามค่าเสี่ยงภัยโควิด-19 และแก้หนี้บุคลากรทางการแพทย์
รัฐมนตรีสาธารณสุขยังกล่าวว่า กำลังเร่งติดตามการจ่ายค่าเสี่ยงภัยโควิด-19 กว่า 3 พันล้านบาท ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงกำลังหาแนวทางการแก้หนี้ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และ อสม. ด้วย เนื่องจากมีข้อร้องขอจากข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องการออกจากข้าราชการ ซึ่งตนเองก็ทราบว่าไม่สามารถจัดชั้นแบบกระทรวงอื่นได้ เพราะจะทำให้เสียโอกาส เนื่องจากมีบุคลากรจำนวนมากYou May Like