ประวัติศาสตร์ที่ไม่มีวันลืม: เทนนิส พาณิภัค คว้าเหรียญทองโอลิมปิก 3 สมัยติดต่อกัน
เทนนิส พาณิภัค นักเทควันโดทีมชาติไทย เบอร์ 1 ของโลก รุ่น 49 กิโลกรัม หญิง ได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาทีมชาติไทยคนแรกที่ได้เหรียญโอลิมปิก 3 สมัยติดต่อกัน และเป็นเหรียญทอง 2 สมัยซ้อน หลังจากคว้าเหรียญทองแดงในโอลิมปิก 2016 ที่บราซิล เหรียญทองในโอลิมปิก 2020 ที่ญี่ปุ่น และล่าสุดเหรียญทองในโอลิมปิก 2024 ที่ฝรั่งเศสความสำเร็จที่ไม่มีวันลืม
ก้าวสู่ความสำเร็จอย่างไม่หยุดยั้ง
เทนนิส พาณิภัค เริ่มต้นการเดินทางสู่ความสำเร็จในวงการเทควันโดตั้งแต่อายุยังน้อย เธอได้รับการสนับสนุนและแรงบันดาลใจจากครอบครัวที่เป็นนักกีฬาเทควันโดมาก่อน ทำให้เธอมุ่งมั่นและทุ่มเทในการฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการคว้าเหรียญโอลิมปิก ความพยายามและความมุ่งมั่นของเธอได้รับผลตอบแทนอย่างงดงาม เมื่อเธอสามารถคว้าเหรียญทองแดงในโอลิมปิก 2016 ที่บราซิล ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกในการแข่งขันระดับโอลิมปิกความภาคภูมิใจที่ไม่มีวันจางหาย
หลังจากคว้าเหรียญทองแดงในโอลิมปิก 2016 เทนนิส พาณิภัค ได้โพสต์ข้อความถึงคุณแม่ของเธอ ซึ่งล่วงลับไปตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก โดยเธอบอกว่า "แม่ ตื่นขึ้นมาคุยกับหนูหน่อย มีเรื่องอยากเล่าเยอะแยะไปหมดเลยนะ" แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความคิดถึงคุณแม่ของเธอ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างความสำเร็จความสุขที่ครบครัน
เมื่อเทนนิส พาณิภัค คว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2020 ที่ญี่ปุ่นได้สำเร็จ เธอได้โพสต์ข้อความว่า "วันนี้ตา ยาย และแม่ ได้มาอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ น้องไปเอาเหรียญทองโอลิมปิกมาให้แม่แล้วก็ยายได้แล้วนะ" แสดงให้เห็นถึงความสุขที่เธอได้แบ่งปันความสำเร็จให้กับครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่และยาย ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดและผู้ที่เธอรักและเคารพมากที่สุดความทรงจำที่ไม่มีวันเลือน
ในโอลิมปิก 2024 ที่ฝรั่งเศส เทนนิส พาณิภัค ได้คว้าเหรียญทองโอลิมปิกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน โดยเธอได้โพสต์ข้อความสั้นๆ ถึงคุณแม่ วันทนา เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ปี 2567 ว่า "คิดถึงแม่สุดหัวใจ" แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความคิดถึงคุณแม่ที่ไม่มีวันจางหาย แม้ว่าคุณแม่จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว แต่เทนนิสก็ยังคงระลึกถึงและภาคภูมิใจในความสำเร็จที่เธอได้ทำให้กับครอบครัวYou May Like