ประกันภัยสัตว์เลี้ยง โอกาสสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน – ณัฐพล อังควานิช ผู้อำนวยการฝ่าย พัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

ประกันภัยสัตว์เลี้ยง: การคุ้มครองที่ตอบโจทย์ความรักและความกังวลของเจ้าของ

ในยุคปัจจุบัน สัตว์เลี้ยงได้รับการยกระดับและถูกมองเสมือนสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว ส่งผลให้เจ้าของยินดีลงทุนเพื่อให้สัตว์เลี้ยงของตนมีความสุขที่สุด ทั้งค่าอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และค่ารักษาพยาบาล ซึ่งอาจสูงถึงสี่หมื่นบาทต่อปี ตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท และกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ความรักและความกังวลของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ที่ขับเคลื่อนตลาดประกันภัยสัตว์เลี้ยง

การเปลี่ยนแปลงของตลาดประกันภัยในยุคใหม่

ในช่วงก่อนหน้าโควิด-19 บริษัทประกันภัยได้มุ่งเน้นในเรื่องของประกันภัยที่เปลี่ยนจากการคุ้มครองแบบเดิม มาเป็นการคุ้มครองตามไลฟ์สไตล์ของผู้เอาประกัน อย่างเช่น ประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับผู้หญิง ประกันจักรยาน และประกันสำหรับ Pet Lover ขึ้นมา ซึ่งเป็นประกันตัวหนึ่งที่บริษัทหมายมั่นเจาะกลุ่มคนรักสัตว์

ตลาดประกันภัยสัตว์เลี้ยงกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในปัจจุบัน ตลาดประกันภัยสัตว์เลี้ยงมีผู้เล่นอยู่ 3-4 ราย โดยคาดว่าตลาดประกันภัยสัตว์เลี้ยงจะมีมูลค่าอยู่ที่ราว 100-200 ล้านบาท ซึ่งยังถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับตลาด Pet Value ทั้งหมด ดังนั้น ตลาดนี้ยังสามารถเติบโตไปได้อีกมาก โดยในปีที่ผ่านมา ประกันภัยสัตว์เลี้ยงของทิพยประกันภัยเติบโตถึง 140% และคาดว่าจะสามารถรักษาการเติบโตสามดิจิตเช่นนี้ไปได้อีก

ความท้าทายของการสร้างความตระหนักรู้ในตลาดประกันภัยสัตว์เลี้ยง

แม้ว่าตลาดประกันภัยสัตว์เลี้ยงจะกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่การตระหนักรู้เรื่องประกันภัยสัตว์เลี้ยงยังมีน้อยมาก เนื่องจากคนยังมองว่าประกันเป็นเรื่องไกลตัว และจ่ายเงินแล้วสูญเปล่า ทั้งที่ Pain Point ของคนคือเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงสูงมาก บริษัทประกันจึงต้องให้ข้อมูลและสร้างความเข้าใจกับผู้บริโภคว่า ประกันภัยสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

ทิพยประกันภัย: ผู้นำตลาดประกันภัยสัตว์เลี้ยง

ทิพยประกันภัย เป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในตลาดประกันภัยสัตว์เลี้ยง โดยมีแนวคิดที่ว่า "ถ้ารักใครไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือสัตว์เลี้ยง ถ้าอยากให้เขาอยู่กับคุณนานที่สุด ต้องมีประกันเพื่อการคุ้มครองไว้" ซึ่งมีประกันที่ตอบโจทย์ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 600 บาท แต่คุ้มครองหลักหมื่นบาท ครอบคลุมการรักษาพยาบาล การทำลายข้าวของ หรือบุคคลอื่น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีเมื่อน้องๆ เสียชีวิต

กลุ่มเป้าหมายและแนวโน้มของตลาดประกันภัยสัตว์เลี้ยง

กลุ่มเป้าหมายหลักของผู้ทำประกันภัยสัตว์เลี้ยง คือ กลุ่มวัยสร้างครอบครัว อายุ 35 ปี แต่ยังไม่มีลูก และกลุ่มผู้สูงวัย 50-60 ปี ที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเพื่อคลายความเหงา โดยสัดส่วนของผู้ที่มาทำประกันภัย 70-80% ทำประกันให้กับน้องหมา แต่อีกไม่นานประกันน้องแมวจะเพิ่มสัดส่วนขึ้นมาเท่ากัน ส่วนในอนาคต บริษัทยังมีแผนที่จะขยายไปในการทำประกันสำหรับสัตว์ Exotic ซึ่งเริ่มเห็นเทรนด์มาตั้งแต่ช่วงสองสามปีก่อน

ความท้าทายและข้อจำกัดของตลาดประกันภัยสัตว์เลี้ยง

แม้ว่าตลาดประกันภัยสัตว์เลี้ยงจะมีการแข่งขันคล้ายกับประกันสุขภาพของคน แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของอายุ เนื่องจากสัตว์เลี้ยงยิ่งอายุมาก ความเสี่ยงโรคแทรกซ้อนและปัญหาสุขภาพก็จะมีมากขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูงขึ้นตามไปด้วย โดยปกติประกันภัยสัตว์เลี้ยงจะมีมาตรฐานการคุ้มครองอยู่ที่ 3 เดือน – 7 ปี เป็นหลัก

อนาคตของตลาดประกันภัยสัตว์เลี้ยง

กระแสการดูแลสัตว์เลี้ยงในปัจจุบันได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มที่จะขยายตัวไปได้อีกมาก ซึ่งจะสามารถรองรับมูลค่าที่ขยายตัวนี้ได้ เช่น กลุ่มโรงแรมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง ธุรกิจรับฝึกสัตว์เลี้ยงให้กลายเป็น Petfluencer รวมถึงธุรกิจเกี่ยวกับบริการรักษาสัตว์ที่อาจมีการขยายขอบเขตบริการ Veterinary Telemedicine หรือ Virtual Vet ที่อาจเข้ามาตอบโจทย์กรณีเจ็บป่วยเล็กน้อยที่เจ้าของอาจไม่สะดวกเดินทางพาสัตว์เลี้ยงเข้ารับการรักษา