ครอบครัวสุดชื่นมื่น หลัง สุรจนา คำเบ้า คว้าทองแดงยกน้ำหนักโอลิมปิก

ความภาคภูมิใจของครอบครัวและชุมชน หลังสุรจนา คว้าเหรียญทองแดงยกน้ำหนักโอลิมปิก 2024

ในวันที่ 8 สิงหาคม 2567 บ้านเกิดของสุรจนา คำเบ้า ที่ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ได้กลายเป็นจุดศูนย์รวมของความภาคภูมิใจและความปลื้มปิติของชาวบ้านและครอบครัว หลังจากที่สุรจนาคว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันยกน้ำหนักหญิงในโอลิมปิก 2024 ที่ปารีส ซึ่งถือเป็นเหรียญที่สองที่ทัพนักกีฬาไทยได้รับในการแข่งขันครั้งนี้

ครอบครัวและชุมชนร่วมแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม

ความภาคภูมิใจของครอบครัว

ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ชาวบ้านและญาติพี่น้องของสุรจนาต่างมารวมตัวกันที่บ้านของยายและตาของสุรจนา เพื่อร่วมแสดงความยินดีและให้กำลังใจกับความสำเร็จของหลานสาว นางสี คำเบ้า (ยายของสุรจนา) เผยว่า เมื่อคืนเธอไม่ยอมนอนหลับ ตั้งตารอลุ้นและติดตามการแข่งขันของสุรจนาอย่างใกล้ชิด และเพื่อนบ้านหลายคนก็ทำเช่นเดียวกัน พร้อมกับนำเหรียญรางวัลที่สุรจนาเคยได้รับมาโชว์ให้ผู้สื่อข่าวชม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความภาคภูมิใจและความรักที่ครอบครัวมีต่อสุรจนานายขวัยชัย คำเบ้า (พ่อของสุรจนา) ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า เขานั่งลุ้นและเชียร์ลูกสาวตลอดทั้งคืน และรู้สึกดีใจที่สุดที่ลูกสาวสามารถนำเหรียญมาให้ประเทศชาติได้ ก่อนที่สุรจนาจะเดินทางไปแข่งขันที่ปารีส เธอได้โทรมาคุยกับพ่อ และขอให้พ่อส่งแรงใจไปให้เธอ ซึ่งพ่อก็ให้กำลังใจลูกสาวไปตลอด แม้ว่าระหว่างการฝึกซ้อมนั้น สุรจนาจะเคยท้อและอยากกลับบ้าน แต่พ่อก็ให้กำลังใจเธอไปเสมอ

ความภาคภูมิใจของชุมชน

นายถวิล ศิริเทพ ผู้ใหญ่บ้านดอนที่ ม.3 กล่าวว่า ทางหมู่บ้านดีใจกันทั้งหมด และกำลังปรึกษากันเพื่อจัดงานต้อนรับสุรจนาเมื่อเธอกลับมา ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของชุมชนที่มีลูกหลานคนหนึ่งสามารถประสบความสำเร็จในระดับโลกได้ครูสมศิลป์ ขันธกุล อดีตครูสอนที่โรงเรียนริมโขงวิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนเดิมของสุรจนา เผยว่า เมื่อครั้งที่เขาไปสังสรรค์กับครูต่างพื้นที่ที่เชียงใหม่ และได้รับการแนะนำจากเพื่อนผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาชลบุรีให้หาเด็กนักเรียนหญิงที่มีรูปร่างเหมาะสมกับการยกน้ำหนัก เขาจึงได้สอบถามและพาสุรจนาไปคุยกับทางโรงเรียนกีฬาชลบุรี ซึ่งทางบ้านของสุรจนาไม่มีเงินเพียงพอที่จะส่งเธอไปเรียนต่อ ครูสมศิลป์จึงได้ระดมหาเงินเพื่อส่งสุรจนาไปเรียนที่โรงเรียนกีฬาชลบุรี ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จของสุรจนาในวันนี้ ครูสมศิลป์ยังกล่าวเสริมว่า ระหว่างที่สุรจนาไปเรียนที่ชลบุรี เธอเคยโทรมาหาเขาและอยากจะกลับบ้าน แต่เขาก็ได้ให้กำลังใจและคอยติดตามความคืบหน้าของเธออย่างใกล้ชิดจากความสำเร็จของสุรจนาในครั้งนี้ ทำให้ครอบครัวและชุมชนต่างแสดงความภาคภูมิใจและให้กำลังใจเธออย่างล้นหลาม ซึ่งถือเป็นแรงผลักดันที่สำคัญที่ทำให้สุรจนาสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จในระดับโลกได้