ชายโชว์บัตรตร. อ้างหน่วยเหนือสั่ง คุกคาม นายกสมาคมกีฬาคนตาบอด ปมโควตา ลอตเตอรี่

ตำรวจอ้างคำสั่งหน่วยเหนือ คุกคามนายกสมาคมกีฬาคนตาบอด หลังถูกร้องเรียนโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นการสะท้อนถึงความขัดแย้งระหว่างกลุ่มนักกีฬาคนตาบอดและผู้บริหารสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย ซึ่งมีความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องการจัดสรรโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำให้เกิดการร้องเรียนและการคุกคามจากกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวเป็นตำรวจ โดยอ้างคำสั่งจากหน่วยเหนือ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่น่าเป็นห่วงและต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

ความขัดแย้งที่ลุกลามจนถึงขั้นคุกคาม

การร้องเรียนโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล

กลุ่มนักกีฬาคนตาบอดได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมและให้ตรวจสอบการจัดสรรโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 2,647 เล่ม ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าถูกฮุบไปโดยไม่ได้รับการจัดสรรอย่างเป็นธรรม นี่เป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งที่ลุกลามขึ้นมา

การแจกจ่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล

ในฐานะนายกสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย นายอำนวย กล่าวว่า สมาคมฯ ได้จัดสรรโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 2,647 เล่มให้กับสมาชิกผู้รับสลากฯ อย่างเป็นประจำ โดยมีการแจกจ่ายในวันที่ 6 และ 21 ของทุกเดือน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สมาคมฯ ได้ดำเนินการมาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว และมีสมาชิกเข้ามารับสลากฯ อย่างสม่ำเสมอ

การคุกคามและการสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด

หลังจากที่กลุ่มนักกีฬาคนตาบอดได้ร้องเรียนไป กลับมีกลุ่มชายฉกรรจ์เข้ามาซุ่มสังเกตการณ์พฤติกรรมของนายอำนวยและเจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ อีกทั้งกล้องวงจรปิดของสมาคมฯ ก็ถูกคลื่นสัญญาณรบกวน ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์มาซุ่มอยู่ นายอำนวยรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เมื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปสอบถาม กลุ่มชายฉกรรจ์ก็แสดงตัวว่าเป็นตำรวจ โดยอ้างว่าได้รับคำสั่งจากหน่วยเหนือ

ความกังวลและการขอความช่วยเหลือ

นายอำนวยรู้สึกวิตกกังวลมากขึ้น เนื่องจากถูกคุกคามโดยกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวเป็นตำรวจ และอ้างว่าได้รับคำสั่งจากหน่วยเหนือ ซึ่งทำให้ไม่แน่ใจว่าหน่วยเหนือที่กล่าวนี้เป็นหน่วยงานใด และมีอำนาจเหนือกฎหมายและระเบียบข้อบังคับหรือไม่ นายอำนวยจึงได้ประสานกับพลเอก วิทยา ขันธอุบล ประธานที่ปรึกษาสมาคมฯ และพลโท ถาวร ไทยแขก คณะอนุกรรมการสมาคมฯ ให้ช่วยประสานเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลความปลอดภัยให้ในเบื้องต้น

ความสัมพันธ์กับนักการเมืองและการเข้าใจผิด

นายอำนวยกล่าวว่า ตนเองประกอบอาชีพการค้าสลากฯ มามากกว่า 50 ปี จึงทำให้รู้จักคนเยอะ ทั้งนักการเมืองและบุคคลที่มีชื่อเสียง ซึ่งก็มีการไปร่วมกิจกรรมทำประโยชน์สาธารณะด้วยกัน แต่ตนเองไม่ได้ยึดโยงกับนักการเมืองกลุ่มใด ประกอบกับมีกลุ่มนักกีฬาคนตาบอดไปร้องเรียนให้ตรวจสอบกรณีที่ตนเองตัดสิทธิโควต้าสลากฯ เนื่องจากนักกีฬาคนตาบอดกลุ่มนี้ไม่เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของสมาคมฯ ที่ต้องการส่งเสริมให้นักกีฬาโฟกัสเรื่องของการฝึกซ้อม มากกว่าที่จะเอาเวลาไปเร่ขายสลากฯ

การดูแลนักกีฬาคนตาบอดของสมาคมฯ

สมาชิกสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย อย่างคุณพนม และคุณศึกษา ลักษณะพริ้ม กล่าวว่า ตนเองไม่เห็นด้วยที่นักกีฬาคนตาบอดกลุ่มนี้ไปร้องเรียน เนื่องจากตนเองมองว่า ในเมื่อคุณเป็นนักกีฬา ก็ต้องโฟกัสเรื่องการฝึกซ้อมเป็นหลัก เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะและชื่อเสียงของตนเองและประเทศชาติ ซึ่งทางสมาคมฯ ก็ได้ดูแลกลุ่มนักกีฬาเหล่านั้นด้วยดีมาตลอด โดยมีกองทุนสวัสดิการนักกีฬาคนตาบอดและบุคลากรทีมชาติไทย คอยให้ความช่วยเหลืออยู่ และที่ผ่านมาถ้าได้อนุมัติเป็นนักกีฬาคนตาบอดทีมชาติไทย ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย ก็สนับสนุนงบประมาณในการเก็บตัวฝึกซ้อม เป็นค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าอาหารและค่าที่พัก จำนวนวันละ 900 บาท อยู่แล้ว

การดำเนินการเพื่อคุ้มครองสิทธิ

นายอำนวยกล่าวว่า ตนรับไม่ได้จากการที่ถูกข่มขู่คุกคาม และจะพิจารณาดำเนินการเพื่อคุ้มครองสิทธิของตนเองต่อไป ตามที่จำเป็นและเห็นสมควร เพราะไม่ยอมให้ใครมารังแกตนเองเพียงเพราะเป็นคนพิการ ตนเชื่อมั่นในความดี ในกฎหมายของบ้านเมืองและเชื่อในกฎแห่งกรรม