“ตลาดสัตว์เลี้ยง” บูมสร้างรายได้แตะ 2.5 แสนล้านบาท

ธุรกิจสัตว์เลี้ยง: การเติบโตที่ไม่หยุดยั้งและโอกาสทองสำหรับนักธุรกิจไทย

ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเสมือนคนในครอบครัว และพร้อมจะเปย์เจ้านายแบบไม่จำกัด ธุรกิจสัตว์เลี้ยงและที่เกี่ยวเนื่องจึงกลายเป็นธุรกิจมาแรงที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โอกาสทองสำหรับนักธุรกิจไทยที่ต้องจับตามอง

ภาพรวมธุรกิจสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 พบว่า ประเทศไทยมีธุรกิจสัตว์เลี้ยงที่จดทะเบียนนิติบุคคลทั้งสิ้น 5,009 ราย โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ฟาร์มสัตว์ 1,233 ราย, อาหารและของเล่น 2,138 ราย และบริการดูแลสัตว์เลี้ยง 1,638 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนรวมกว่า 98,798 ล้านบาทเมื่อพิจารณาผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่า ธุรกิจสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 มีรายได้รวม 218,714.93 ล้านบาท และกำไร 2,963.03 ล้านบาท ต่อมาในปี 2565 รายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 244,530.23 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 11.81%) และกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 13,656.17 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 360.89%) และในปี 2566 รายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 258,702.91 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 5.80%) และกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 14,989.64 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 9.77%)จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ธุรกิจสัตว์เลี้ยงเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและของเล่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้สูงสุดในปี 2566 ที่ 196,304 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 8.64%) และมีกำไรสุทธิ 14,263 ล้านบาท

แนวโน้มและพฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์ของคนยุคใหม่

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเสมือนคนในครอบครัว (Pet Humanization) และการเลี้ยงสัตว์แบบ Petriarchy หรือ "เหล่าทาสที่พร้อมจะเปย์เจ้านายแบบไม่จำกัด" ส่งผลให้เกิดการลงทุนในสุขภาพและความเป็นอยู่ของสัตว์เลี้ยงเหมือนคนจริง ๆ รวมถึงการซื้อของเล่น ของใช้ และอาหารแบบพรีเมียมเพื่อตามใจน้องๆ ที่เรารักนอกจากนี้ ยังพบว่า แนวโน้มการเลี้ยงสัตว์พิเศษ หรือ Exotic Pet มีเพิ่มมากขึ้น อาทิ สัตว์เลื้อยคลาน งู กิ้งก่ายักษ์ เต่า บุชเบบี้ (ลิงตัวเล็ก) ชินชิล่า ชูการ์ไรเดอร์ และนกแก้ว เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงไม่เยอะมากเหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในเมืองไม่มีพื้นที่มาก แต่ต้องการมีเพื่อนไว้คลายเหงา โดยยอดขายผลิตภัณฑ์ของสัตว์เลี้ยง Exotic Pet เติบโตสูงกว่า 50% ขณะที่ยอดขายผลิตภัณฑ์สำหรับแมวเติบโต 8% และยอดขายผลิตภัณฑ์สำหรับสุนัขเติบโต 6%

ความสำคัญของธุรกิจสัตว์เลี้ยงต่อเศรษฐกิจไทย

จากข้อมูลที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่า ธุรกิจสัตว์เลี้ยงและที่เกี่ยวเนื่องเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเสมือนคนในครอบครัว และพร้อมที่จะใช้จ่ายเพื่อตอบสนองความต้องการของสัตว์เลี้ยงอย่างไม่จำกัดในปี 2566 ธุรกิจสัตว์เลี้ยงสามารถสร้างรายได้รวมกว่า 258,703 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 14,990 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจและสะท้อนถึงศักยภาพของธุรกิจนี้ที่มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและของเล่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้สูงสุดและมีกำไรสุทธิสูงถึง 14,263 ล้านบาทดังนั้น ธุรกิจสัตว์เลี้ยงจึงเป็นธุรกิจที่น่าจับตามองและเป็นโอกาสทองสำหรับนักธุรกิจไทยที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตและให้บริการ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและของเล่น ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีมาก นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสสำหรับภาคการท่องเที่ยวที่สามารถพาสัตว์เลี้ยงไปด้วยกันได้ ทำให้มีกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย