






การจากไปอย่างสงบของผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้าย
ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความท้าทายของการรักษาโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งปอดระยะสุดท้าย การตัดสินใจที่จะหยุดการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยได้จากไปอย่างมีความสงบนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจอย่างสูง บทความนี้จะพาท่านไปสำรวจเรื่องราวของผู้ป่วยมะเร็งปอดที่ต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบากนี้ ผ่านประสบการณ์ของนพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ที่ได้แบ่งปันผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นการเปิดเผยมุมมองที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยในช่วงสุดท้ายของชีวิตเมื่อชีวิตถึงบทสรุป ความสงบคือของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
การวินิจฉัยโรคมะเร็งปอด
ในเรื่องราวที่น่าสลดใจของผู้ป่วยชายวัย 70 ปี ที่มาพบแพทย์ด้วยอาการน้ำหนักลดและเบื่ออาหาร การตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบอาการไอหรือไข้ แต่ผลการตรวจเลือดเผยให้เห็นระดับ CEA ที่สูงผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการมีมะเร็ง การเอกซเรย์ปอดเพิ่มเติมพบภาพฝ้าขาวที่ปอดซ้าย ซึ่งนำไปสู่การตรวจด้วยคอมพิวเตอร์ปอดและการเจาะชิ้นเนื้อปอดเพื่อตรวจหามะเร็งปอดชนิด adenocarcinoma
การตรวจพยาธิวิทยาและการตรวจหายีนกลายพันธุ์ NGS ไม่พบการกลายพันธุ์ใดๆ แต่การตรวจ PET scan ได้เผยให้เห็นการกระจายของมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลืองและกระดูกต้นขา สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงและการกระจายของโรค
การเลือกวิธีการรักษาและความท้าทาย
ด้วยการวินิจฉัยที่ชี้ว่ามะเร็งปอดได้กระจายไปอย่างกว้างขวาง ทำให้การผ่าตัดไม่เป็นทางเลือก การรักษาด้วยยามุ่งเป้าหรือยาภูมิคุ้มกันบำบัดก็ไม่สามารถใช้ได้ ทางเลือกสุดท้ายที่เหลือคือการใช้ยาเคมีบำบัด ซึ่งผู้ป่วยได้รับการรักษาเป็นเวลา 6 เดือน และมีการตอบสนองต่อยาในช่วงแรก แต่อาการหอบเหนื่อยทวีความรุนแรงขึ้น และการกินอาหารก็ลดลงอย่างมาก
การตรวจสอบระดับออกซิเจนที่ปลายนิ้วพบว่าต่ำอย่างน่าตกใจ จำเป็นต้องให้ออกซิเจนแรงดันสูงผ่าน High-Flow Nasal Cannula และการให้สเตียรอยด์เพื่อบรรเทาอาการ แต่สุดท้ายอาการของผู้ป่วยก็ยังคงทรุดลง
การตอบสนองต่อการรักษาและการเปลี่ยนแปลงอาการ
ในขณะที่การรักษาด้วยยาเคมีบำบัดดำเนินไป ผู้ป่วยก็เริ่มมีอาการหอบเหนื่อยมากขึ้น และการกินอาหารก็ลดลงจนเกือบไม่ได้กินเลย การตรวจ CEA แสดงให้เห็นว่าระดับมะเร็งเพิ่มขึ้นอย่างมาก และการเอกซเรย์ปอดพบว่ามะเร็งได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งสองข้างของปอด สะท้อนถึงการแพร่กระจายของมะเร็งตามระบบน้ำเหลือง
การตรวจวัดระดับออกซิเจนที่ปลายนิ้วพบว่าต่ำมาก ทำให้จำเป็นต้องให้ออกซิเจนแรงดันสูงตลอดเวลา และการให้สเตียรอยด์ก็ไม่สามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้ สถานการณ์นี้ทำให้ทีมแพทย์และครอบครัวต้องพิจารณาถึงทางเลือกในการดูแลผู้ป่วย
การตัดสินใจยุติการรักษาและให้ความสงบ
หลังจากการพูดคุยกับญาติและผู้ป่วยเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกฝ่ายได้ตัดสินใจร่วมกันที่จะหยุดการรักษาเพื่อลดความทุกข์ทรมานและให้ผู้ป่วยได้จากไปอย่างมีความสงบ การให้ยาแก้ปวดกลุ่มมอร์ฟีนและยานอนหลับผ่านหลอดเลือดดำได้ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถหลับไปอย่างสงบ
การตัดสินใจนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นการตัดสินใจที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจในความต้องการของผู้ป่วย ซึ่งเป็นการให้ความสงบและความสบายใจในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต
ช่วงเวลาสุดท้ายและการจากไปอย่างสงบ
ในช่วงสามวันสุดท้าย การให้ยาแก้ปวดและยานอนหลับได้ช่วยให้ผู้ป่วยหลับไปอย่างสงบ โดยไม่มีอาการหอบเหนื่อยหรือความทุกข์ทรมาน การจากไปอย่างสงบนี้เป็นการส่งผู้ป่วยไปยังการพักผ่อนที่ไม่มีความเจ็บปวด และเป็นการปิดฉากชีวิตที่เต็มไปด้วยความเคารพและความรักจากครอบครัวและทีมแพทย์
เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสะท้อนถึงความท้าทายในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้ายเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดเผยถึงความสำคัญของการให้ความสงบและความเคารพต่อชีวิตในช่วงเวลาสุดท้าย
